วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สัปดาห์ที่ 10 การผลิตสื่อการเรียนการสอน

สื่อ (Medium pl. Media) มาจากภาษาลาตินแปลว่า “ระหว่าง” สื่อ ตามพจนานุกรมหมายถึง“การทำการติดต่อให้ถึงกัน” สื่อ เมื่อนำมาใช้กับการสื่อสารระหว่างกัน จะหมายถึง “สิ่งใดก็ตามที่บรรจุข้อมูลเพื่อให้ผู้ส่ง และผู้รับสามารถสื่อสารกันได้ตรงตามจุดประสงค์”จากกระบวนการเรียนรู้และการสื่อความหมาย จะเห็นว่า สื่อ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่นำข้อมูลข่าวสารหรือองค์ความรู้ไปยังผู้รับ เป็นตัวกลางที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และเป็นพาหะที่บอกกล่าวข่าวคราวที่อยากจะเล่าของบุคคลหนึ่งไปยังมวลชนสื่อมีชื่อเรียกหลากหลายอย่าง สื่อใดที่ใช้ส่งสารกับบุคคลกลุ่มใหญ่เรียกว่า สื่อสารมวลชน (MassMedia) เมื่อนำมาให้ผู้เรียนใช้ศึกษา เรียกสื่อนั้นว่า สื่อการเรียน (Learning Media) หากเป็นสื่อสำหรับผู้สอนใช้ในการสอนจะเรียกว่า สื่อการสอน (Instructional Media) ดังนั้น สื่อการเรียนการสอน จึงมีความหมายรวมถึงสื่อหลาย ๆ ชนิด เช่น เทปบันทึกเสียง สไลด์ วิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ แผนภูมิ ภาพนิ่ง หนังสือเรียนสื่ออีเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ซึ่งบรรจุเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนในหลักสูตร สิ่งที่กล่าวมานี้จะอยู่ในรูปของวัสดุ(Soft Ware) ที่นำมาใช้ในเทคโนโลยีการศึกษา หรือเป็นสิ่งที่ใช้กับเครื่องมืออุปกรณ์ (Hard Ware) หรือใช้กับช่องทางการดำเนินกิจกรรม (Method) ในการสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน แล้วทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดหมายที่วางไว้ ก็ถือว่าเป็น สื่อการเรียนการสอน ทั้งสิ้นสำหรับการเรียนการสอนที่นำสื่อประเภทวัสดุ เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคนิควิธีการ มาใช้ร่วมกันโดยการเลือกใช้สื่อแต่ละชนิด แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับเนื้อหาวิชานั้น จะเรียกว่า สื่อประสมหรือเรียกทับศัพท์ว่า มัลติมีเดีย (Multimedia)สื่อการเรียนการสอนสามารถแบ่งตามเหตุผลของนักการศึกษาและวัตถุประสงค์ของการใช้งานได้ดังนี้1. แบ่งตามประสบการณ์การเรียนรู้ นักการศึกษา เอดการ์ เดล (Edger Dale) จัดระดับการเรียนรู้ตามสภาพการรับรู้และประสบการณ์ของผู้เรียนเมื่อสัมผัสกับสิ่งเร้า โดยแบ่งในลักษณะของความเป็นนามธรรมไปสู่รูปธรรม ซึ่งแสดงผลของการเรียนรู้มาก-น้อยตามลำดับ ในรูปแบบของกรวยประสบการณ์ (Coneof Experience)
1.1 ประสบการณ์ตรง จะอยู่ในส่วนของฐาน เป็นส่วนที่กว้างที่สุด เป็นประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม ผู้เรียนที่ได้รับประสบการณ์โดยตรงจากของจริงสถานการณ์จริง หรือการปฏิบัติจริง จะเกิดการรับรู้ และเรียนรู้ได้ดีที่สุด
1.2 ประสบการณ์จำลองเป็นการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ จากสิ่งที่ใกล้เคียงความเป็นจริง ซึ่งอาจเป็นของจำลอง หรือสถานการณ์จำลองก็ได้ เช่นหุ่นจำลองอวัยวะภายในร่างกาย หุ่นจำลองโลกและดาวเคราะห์ เป็นต้น
1.3 นาฏการ เป็นการจัดบทบาทสมมติ หรือการแสดงในรูปแบบต่างๆ เพื่อจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในหัวข้อหรือบทเรียนที่มีข้อจำกัดในยุคสมัย กาลเวลา หรือสถานการณ์ เช่น เหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2เรื่องราวของชาติภพต่าง ๆ ที่เป็นนามธรรม
1.4 การสาธิต เป็นการยกตัวอย่างหรือการกระทำกิจกรรมประกอบคำอธิบายเพื่อให้ผู้เรียนเห็นลำดับขั้นตอนของการทำกิจกรรมในงานชิ้นนั้น ๆ
1.5 การศึกษานอกสถานที่ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับรู้และเรียนรู้ประสบการณ์ภายนอกสถานที่เรียน เช่น การเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง การสัมภาษณ์บุคคลสำคัญ
1.6 นิทรรศการ เป็นการจัดสิ่งของ จัดป้ายนิเทศหรือการนำประสบการณ์หลายๆอย่างผสมผสานกันมาแสดง เนื้อหาที่นำเสนออาจเป็นภาพถ่าย ภาพวาดพร้อมคำบรรยาย หรือใช้เทคโนโลยี วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ผู้เรียนร่วมกิจกรรม ตอบปัญหา หรือสัมผัสสื่อที่แสดงก็ได้
1.7 โทรทัศน์ เป็นการให้ประสบการณ์กับผู้เรียนโดยผ่านช่องทาง คือ ตาดู หูฟังผู้เรียนสามารถหาชมได้ภายในห้องเรียน ศูนย์การเรียน หรือภายในบ้านก็ได้การสอนอาจเป็นรายการสดหรือเป็น รายการที่บันทึกลงเทปวีดิทัศน์ ซีดี
1.8 ภาพยนตร์ เป็นการบันทึกภาพเรื่องราว ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ลงบนแผ่นฟิล์ม เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากการได้เห็น และการได้ยินเช่นเดียวกับโทรทัศน์และวีดิทัศน์
1.9 เทปบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ สื่อที่ให้เฉพาะเสียงและสื่อที่ให้เฉพาะภาพ วิทยุและแถบบันทึกเสียง (Cassette tape)เป็นสื่อเสียง ส่วนภาพนิ่งเป็นสื่อที่ให้เพียงการมองเห็นภาพโดยไม่มีเสียงประกอบ เช่น รูปภาพ สไลด์ แผ่นภาพโปร่งใส ภาพวาด ภาพล้อภาพถ่าย การรับรู้ของผู้เรียนในขั้นนี้จะต้องใช้เวลา ใช้ประสบการณ์เดิมมากกว่าข้อ 1.1 - 1.8 จึงสามารถเข้าใจเนื้อหาเรื่องราวที่นำเสนอได้
1.10 ทัศนลักษณ์ เป็นสื่อที่เฉพาะการเห็นโดยใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ แทนความเป็นจริงของข้อมูลหรือสิ่งของ เช่น แผนที่ แผนภูมิ แผนสถิติ เครื่องหมายต่างๆ
1.11 วจนลักษณ์ เป็นประสบการณ์ที่ผู้เรียนรับรู้น้อยที่สุด ได้แก่ ตัวหนังสือในภาษาเขียน คำพูดในภาษาพูด15จากกรวยประสบการณ์ จะเห็นว่า เป็นการจัดแบ่งตามลำดับประสบการณ์ ซึ่งถ้าผู้เรียนมีประสบการณ์พื้นฐานของงานหรือบทเรียนนั้น ๆ มาก่อน คงไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มประสบการณ์ในระดับต้น ๆการเรียนการสอนอาจข้ามขั้นตอนเป็นระดับ 1.5 , 1.6 , 1.7 หรือ 1.11 เลยก็ได้ เช่น การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ผู้เรียนมีประสบการณ์การเรียนรู้ มีมโนทัศน์ต่อสิ่งต่าง ๆ มาก สื่อการเรียนการสอนอาจใช้เพียงตำรา(ระดับ 1.10 , 1.11 ของกรวยประสบการณ์) หรือการเรียนการสอนในระดับพื้นฐาน กลุ่มผู้เรียนเป็นเด็กเล็กประสบการณ์การเรียนรู้ค่อนข้างน้อย การจัดสื่อการเรียนการสอนจะต้องให้ประสบการณ์ตรงโดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้น ๆ เช่นการปฏิบัติจริง การเรียนรู้ โดยใช้ตาดู หูฟัง (ระดับ 1.1-1.6 ของกรวยประสบการณ์)เป็นต้น
2. แบ่งตามทรัพยากรการเรียนรู้ นักการศึกษา (Ely) จัดแบ่งสื่อเพื่อการศึกษาและสื่อทั่วไป ที่ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนไว้
5 ประเภท ดังนี้
2.1 คน (People) หมายถึง บุคลากรที่อยู่ในระบบของการศึกษา เช่น ผู้สอนผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรนอกระบบการศึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็น “มืออาชีพ” ในการให้ความรู้แต่ละด้าน เช่น ศิลปินนักเขียน นักข่าว ผู้ชำนาญการในแต่ละสาขาอาชีพ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเป็นผู้อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
2.2 วัสดุ (Materials) หมายถึง วัตถุที่มีเนื้อหา บทเรียน หรือสาระความรู้ลักษณะต่าง ๆ บรรจุอยู่ ในรูปแบบของวัสดุการศึกษามีค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับผู้สอนจะเลือกใช้ เลือกผลิตให้สอดคล้องกับบทเรียน และเหมาะกับผู้เรียนเช่น สื่อสิ่งพิมพ์ แผ่นโปร่งใส แผ่นสไลด์ ซีดี ม้วนวีดิทัศน์ เทปบันทึกเสียงวัสดุอีเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ
2.3 อาคารสถานที่ (Settings) หมายถึง บ้านเรือน ตัวตึก ที่ว่าง สนามหญ้าสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับข้อ 2.1 ข้อ 2.2 และผู้เรียน เช่น ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ โรงงาน สนามฟุตบอล เป็นต้น
2.4 เครื่องมือและอุปกรณ์ (Tools and Equipment) ได้แก่ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ช่วยในการผลิตหรือใช้ร่วมกับส่วนอื่น ๆ ในการเรียนการสอน เช่นเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องฉายสไลด์
2.5 กิจกรรม (Activity) เป็นเทคนิควิธีการพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อผลในการเรียนการสอนในรูปแบบของกิจกรรมโดยไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัวขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ที่ผู้สอนตั้งขึ้น เช่น การเรียนการสอนโดยใช้เกม การใช้สถานการณ์จำลอง การจัดนิทรรศการ การทัศนศึกษา
3. แบ่งตามลักษณะทางกายภาพ คู่มือพัฒนาสื่อการเรียนรู้ (กรมวิชาการ,2545:33-34)ได้นำทุกสิ่งรอบตัวผู้เรียน เช่น คน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ สถานที่ รวมทั้งความคิดที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้มาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนและเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า สื่อการเรียนรู้ โดยจำแนกสื่อการเรียนรู้นี้เป็น 3 ประเภทคือ 3.1 สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ซึ่งแสดงหรือจำแนก หรือเรียบเรียงสาระความรู้โดยใช้ตัวหนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อ เพื่อแสดงความหมาย เช่น เอกสาร หนังสือ ตำรา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารจดหมายเหตุ บันทึก รายงาน วิทยานิพนธ์ เป็นต้น
3.2 สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สิ่งที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์ หรือ อุปกรณ์ หรือกระบวนการที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นวีดิทัศน์ เทปบันทึกเสียง สไลด์ ซีดี บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนการสอน การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ฯลฯ
3.3 สื่ออื่น ๆ เป็นสื่อที่ใช้สำหรับท้องถิ่นที่ขาดแคลนสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี แบ่งเป็น 4 ประเภท
4. แบ่งตามรูปร่างลักษณะของสื่อ การแบ่งเป็นประเภทของสื่อการเรียนการสอนในทัศนะนี้ได้จัดแบ่งไว้ค่อนข้างหลากหลาย แต่โดยทั่วไปวงการเทคโนโลยีการศึกษาปัจจุบันได้จำแนกสื่อการเรียนการสอนเป็น 3 ประเภท ได้แก่
4.1 สื่อวัสดุ (Soft Ware)
4.2 สื่ออุปกรณ์ (Hard Ware)
4.3 สื่อเทคนิควิธีการ (Techniques and Methods

แหล่งที่มา http://www.chontech.ac.th/


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น