วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สัปดาห์ที่ 10 สื่อการฟิก

กราฟฟิก หมายถึง รูปภาพที่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ ทุกๆที่ที่คุณเห็นวันนี้ ตัวอย่างเช่น นิตยาสาร และ โทรทัศน์ หรือแม้แต่ตัวอักขระที่คุณกำลังอ่านอยู่ในขณะนี้ ก็สร้างขึ้นโดยใช้คอมพิวเตอร์ หลายอย่างดูเป็นธรรมชาติมากจนคุณไม่อาจแยกแยะออกจากภาพถ่ายจริงๆ ได้ ซึ่งบางก็เป็นของเทียมหรือให้ความรู้สึกเหมือนจริง และภาพยนต์ทุกวันนี้บ่อยครั้งที่มีฉากซึ่งไม่มีอยู่จริง แต่ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งผสานความจริงกับจินตนาการไว้ด้วยกันด้วยกัน
ในปี ค.ศ. 1940 คอมพิวเตอร์จะแสดงภาพกราฟฟิกส์โดยใช้เครื่องพิมพ์ โดยรูปภาพที่ได้จะเป็นภาพที่เกิดจากการใช้ตัวอักษรประกอบกันในปี ค.ศ.1950 สถาบันเทคโนโลยีแห่ง แมสซาซูเซสต์ (Massachusetts Institue Technology : MIT) ได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีหลอดภาพ CRT (Cathode Ray Tube) เป็นส่วนแสดงผลแทนเครื่องพิมพ์ เนื่องจากมีความต้องการที่จะให้การติดต่อระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มีความเร็วยิ่งขึ้นในปี ค.ศ. 1950 ระบบ SAGE (Semi – Automatic Ground Environment) ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาสามารถแปลงสัญญาณจากเรดาร์ให้เป็นภาพบนจอคอมพิวเตอร์ได้ ระบบนี้เป็นระบบกราฟฟิกส์เครื่องแรกที่ใช้ปากกาแสง (Light Pen : เป็นอุปกรณ์สำหรับรับข้อมูล ชนิดหนึ่ง) สำหรับการเลือกสัญญาณบนจอภาพได้ในปี ค.ศ.1950มีการทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมากซึ่งต่อมา ได้กลายเป็นต้นแบบของระบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์สมัยใหม่ ตัวอย่างเช่น ในปี ค.ศ.1963วิทยานิพนธ์ ปริญญาเอกของ อีวาน ซูเธอร์แลนด์(Ivan Sutherland) เป็นการพัฒนาระบบการวาดเส้น ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดจุดบนจอภาพได้โดยตรง โดยการใช้ปากกาแสงจากนั้นระบบ กราฟฟิกส์จะสามารถลากเส้นเชื่อมจุดต่าง ๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันกลายเป็นภาพโครงสร้างรูปหลายเหลี่ยม ระบบนี้ได้กลายเป็นหลักการพื้นฐานของโปรแกรมช่วยในการออกแบบระบบงานต่าง ๆ เช่น การออกแบบระบบไฟฟ้า และการออกแบบเครื่องจักร เป็นต้น ในระบบหลอดภาพ CRTสมัยแรกนั้น เราสามารถวาดเส้นตรงระหว่างจุดสองจุดบนจอภาพได้ แต่ภาพเส้นที่วาดจะจางหายไปจากจอภาพอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการวาดซ้ำลงที่เดิมหลาย ๆ ครั้ง ในหนึ่งวินาที เพื่อให้เราสามารถมองเห็นว่าเส้นไม่จางหายไป ซึ่งระบบแบบนี้มีราคาแพงมากในช่วงต้นปี ค.ศ. 1960 แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1965 จึงมีราคาถูกลงเนื่องจากบริษัท ไอบีเอ็ม (IBM) ได้ผลิตออกมาขายเป็นจำนวนมากในราคาเครื่องละ 100,000 ดอลลาร์ จากการที่ราคาของจอภาพถูกลงมากนี่เองทำให้สาขาคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์เริ่มเป็นที่สนใจของคนทั่วไปในปี ค.ศ.1968บริษัทแทคโทรนิกส์ (Tektronix) ได้ผลิตจอภาพแบบเก็บภาพไว้ได้จนกว่าต้องการจะลบ( Storage–Tube CRT ) ซึ่งระบบนี้ไม่ต้องการหน่วยความจำและระบบการวาดซ้ำ จึงทำให้ราคาถูกลงมาก บริษัทตั้งราคาขายไว้เพียง 15,000 ดอลลาร์ เท่านั้น จอภาพแบบนี้จึงเป็นที่นิยมกันมากในช่วงเวลา 5 ปี ต่อมากลางปี ค.ศ. 1970 เป็นช่วงเวลาที่อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์เริ่มมีราคาลดลงมาก ทำให้ฮาร์ดแวร์ของระบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์มีราคาถูกลงตามไปด้วยผู้ใช้ทั่ว ไปจึงสามารถนำมาใช้ในงานของตนได้ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์เริ่มแพร่ หลายไปในงานด้านต่างๆ มากขึ้นสำหรับซอฟต์แวร์ทางด้านกราฟฟิกส์ก็ได้มีการพัฒนาควบคู่กับฮาร์ดแวร์ เช่นกัน ซึ่งมีการเริ่มต้นจาก อีวาน ซูเธอร์แลนด์ ผู้ซึ่งได้ออกแบบวิธีการหลัก ๆ รวมทั้งโครงสร้างข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ ต่อมาก็มี สตีเฟน คูน (Steven Coons, 1966) และ ปิแอร์ เบเซอร์ (Pierre Bazier, 1972) ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับการสร้างเส้นโค้งและภาพพื้นผิว ทำให้ปัจจุบันเราสามารถสร้างภาพ 3 มิติได้ สมจริงสมจังมากขึ้น ในช่วง 10 ปีต่อมาได้มีการพัฒนาวิธีการสร้างภาพมากมาย
การสร้างภาพกราฟฟิกส์ด้วยคอมพิวเตอร์ มีวิธีการสร้าง 2 แบบ คือ แบบบิตแมป(Bit Mapped) และแบบเวกเตอร์ (Vector) หรือ สโตก (Stroked)

แหล่งที่มา http://www.geocities.com/websubstudent/graphic.html



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น